ปืนใหญ่โชว์โหด! อาร์เซน่อล บุกขยี้ สเปอร์ส 4-1 โยเคเรส-เอเซ่ เหมาเบิ้ล ยึดจ่าฝูงทิ้งแมนซิตี้ 5 แต้ม
ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 วันแข่งขัน: วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 สนาม: ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม
ศึกแห่งศักดิ์ศรี “นอร์ธลอนดอนดาร์บี้” ประจำแมตช์เดย์สุดสัปดาห์ เจ้าบ้าน “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤต ผลงานรูดมหาราชหล่นไปอยู่อันดับ 16 ของตาราง เปิดรังเหย้าต้อนรับการมาเยือนของคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ทีมจ่าฝูงที่กำลังต้องการแต้มเพื่อฉีกหนีผู้ตามอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ครึ่งแรก: ปืนใหญ่ออกนำเร็ว ไก่เดือยทองสวนคืนทันควัน
เปิดฉากเริ่มเกมมาได้เพียง 10 นาที เป็นฝั่งทีมเยือน อาร์เซน่อล ที่ดาหน้าพับสนามบุกเข้าใส่ทันที และเกือบได้ประตูขึ้นนำจากความอันตรายของ วิคตอร์ โยเคเรส ที่มีโอกาสโขกติดเซฟ ราดู ดรากูชิน ก่อนที่ถัดมาไม่กี่นาที ดาวยิงชาวสวีดิชจะลากตัดเข้ากรอบเขตโทษแล้วกดด้วยขวา บอลพุ่งถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว
ความพยายามของทัพปืนใหญ่มาสัมฤทธิ์ผลใน นาทีที่ 32 จากจังหวะความผิดพลาดในแนวรับเจ้าถิ่น บอลมาเข้าทางปืน เอเบเรชี่ เอเซ่ ที่เก็บตกได้หน้าปากประตู ก่อนกระโดดยิงส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างเด็ดขาด อาร์เซน่อล บุกมาขึ้นนำ 1-0
แต่ทว่าดีใจได้เพียงแค่ 2 นาที เสียงเชียร์ของฝั่งทีมเยือนก็ต้องเงียบลง ใน นาทีที่ 34 สเปอร์ส ตามตีเสมอ 1-1 ได้อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เดแคลน ไรซ์ ทำเสียบอลในแดนอันตราย ร็องดาล โกโล มูอานี่ ฉกบอลไปได้ก่อนเบียดแนวรับเข้ากรอบเขตโทษ แล้วซัดผ่านมือ ดาบิด ราย่า เข้าไปอย่างยอดเยี่ยม
ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 38 อาร์เซน่อล พลาดโอกาสทองในการขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อ ไรซ์ แก้ตัวด้วยการจ่ายทะลุช่องสุดสวยให้ บูคาโย่ ซาก้า หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปดวลเดี่ยว แต่จังหวะยิงกลับไปติดขา กูเยลโม่ วิคาริโอ นายด่านสเปอร์ส ที่เซฟช่วยทีมไว้ได้หวุดหวิด จบ 45 นาทีแรก เสมอกันอยู่ 1-1

ครึ่งหลัง: โยเคเรส-เอเซ่ แผลงฤทธิ์ ปืนใหญ่รัวยับ
กลับมาลุยต่อในครึ่งหลังได้เพียงแค่ 2 นาที (นาทีที่ 47) อาร์เซน่อล ก็มาได้ประตูแซงนำ 2-1 อย่างรวดเร็ว เจอร์เรียน ทิมเบอร์ จ่ายบอลให้ วิคตอร์ โยเคเรส บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่เจ้าตัวจะแต่งบอลเข้าขวาแล้วตะบันเต็มข้อ บอลพุ่งหนีมือ วิคาริโอ เสียบตาข่ายอย่างหมดจด
เกมของเจ้าบ้านเริ่มรวนอย่างหนัก และใน นาทีที่ 61 แฟนบอลกูนเนอร์สก็ได้เฮลั่นสนาม เมื่อทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะต่อบอลสุดสวย เอเซ่ ตัดบอลได้ก่อนฝากให้ โยเคเรส จ่ายคืนให้ เอเซ่ แทงทะลุช่องให้ ซาก้า หลุดเข้าไปในเขตโทษ มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น พยายามพุ่งสไลด์ตัดบอล แต่บอลโชคร้ายไปกระดอน ชูเอา ปาลินญ่า มาเข้าทาง เอเบเรชี่ เอเซ่ ได้แปจ่อๆ ไม่เหลือซาก เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้
สเปอร์ส พยายามฮึดสู้ และเกือบได้ประตูจุดประกายความหวังใน นาทีที่ 84 เจด สเปนซ์ ครอสบอลจากริมเส้นมาเสาแรกให้ ริชาร์ลิซอน (ตัวสำรอง) โฉบมาไขว้ยิง บอลกำลังจะลอยข้ามเส้นแต่ ดาบิด ราย่า โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+4 อาร์เซน่อล มาตอกฝาโลงได้ประตูที่สี่ปิดท้าย มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมที่ลงมาเป็นตัวสำรอง จ่ายแอสซิสต์ถวายพานให้ วิคตอร์ โยเคเรส หลุดเข้าไปซัดประตูที่สองของตัวเอง และเป็นประตูที่ 10 ของเขาในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
จบเกม อาร์เซน่อล บุกมาถล่ม ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ คาบ้าน 4-1 เก็บเพิ่มเป็น 61 คะแนน ยึดบัลลังก์จ่าฝูงต่อไป พร้อมทำแต้มทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5 คะแนน (แต่อาร์เซน่อลแข่งมากกว่า 1 นัด) ขณะที่ “ไก่เดือยทอง” อาการน่าเป็นห่วง รั้งอันดับ 16 มีเพียง 29 คะแนน อยู่เหนือโซนตกชั้นแค่ 4 แต้มเท่านั้น

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
สเปอร์ส (ระบบ 3-4-3) : กูเยลโม่ วิคาริโอ – ชูเอา ปาลินญ่า, ราดู ดรากูชิน, มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น – อาร์ชี่ เกรย์, อีฟส์ บิสซูม่า, คอเนอร์ กัลลาเกอร์, เจด สเปนซ์ – ป๊าป มาตาร์ ซาร์, ร็องดาล โกโล มูอานี่, ซาฟี ซิมอนส์
อาร์เซน่อล (ระบบ 4-2-3-1) : ดาบิด ราย่า – เจอร์เรียน ทิมเบอร์, วิลเลี่ยม ซาลีบา, กาเบรียล มากัลเญส, ปิเอโร่ อินกาปิเอ้ – มาร์ติน ซูบีเมนดี้, เดแคลน ไรซ์ – บูคาโย่ ซาก้า, เอเบเรชี่ เอเซ่, เลอันโดร ทรอสซาร์ – วิคตอร์ โยเคเรส









