รวบเด็กวัดดังพิจิตร — ตำรวจไซเบอร์นำกำลังเข้าตรวจค้นวัดชื่อดังในพื้นที่ อ.เมือง จังหวัดพิจิตร ก่อนจับกุมผู้ต้องหาเป็นชายอายุประมาณ 25 ปี ซึ่งเป็นคนที่มีบทบาทในวัดในความผิดฐาน อนาจารเด็กอายุ 10 ปี พร้อมอัดคลิปส่งโซเชียล ให้ผู้อื่นได้รับชมและแพร่หลายบนช่องทางออนไลน์ พร้อมหลักฐานชัดเจนที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ 📍

📍 รายละเอียดการจับกุมและคดี
ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดพิจิตร ก่อนเข้าตรวจค้นกุฏิภายในวัดแห่งหนึ่งในเขต อ.เมือง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ผลการตรวจค้นพบของกลางรวมทั้งโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเกี่ยวกับการครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก โดยรู้ว่าผิดกฎหมาย และส่งต่อผ่านระบบคอมพิวเตอร์ให้แก่ผู้อื่น 📍
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 10 ปี และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยมีการบันทึกคลิปวิดีโอและเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการกระทำผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญาและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 📍

📍 พฤติกรรมและหลักฐาน
จากการสอบสวนและตรวจของกลางพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมผิดปกติและเสื่อมเสียหลายประการ ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดหลักฐานไว้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินคดีต่อไป 📍
พนักงานสอบสวนอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมและส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการพิจารณาฟ้องต่อศาลในฐานความผิดต่าง ๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ทางเพศและการกระทำผิดเด็กรุนแรง 📍

📍 มาตรการบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองเด็ก
กรณีนี้ชี้ให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดของหน่วยงานตำรวจไซเบอร์ในการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศเด็กและการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารในระบบออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจต่อผู้เสียหายและครอบครัว เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างครบถ้วนสอดคล้องตามหลักสิทธิมนุษยชน 📍
📍 สรุปข่าว
รวบเด็กวัดดังพิจิตร เป็นคดีอาชญากรรมทางเพศที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนถูกจับกุมโดยตำรวจไซเบอร์ พร้อมหลักฐานสำคัญจากการอัดคลิปและเผยแพร่สื่อออนไลน์ โดยผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อกล่าวหาหนักและอยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความสำคัญของการคุ้มครองเด็กและการใช้เทคโนโลยีผิดวัตถุประสงค์ที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด 📍









