Picture of jungrainews
Home » จับตาขั้วอำนาจเนปิดอว์! “ขิ่น ยี” อดีตนายพลคนสนิทมินอองหล่าย จ่อคุมเก้าอี้ประธานสภาฯ ชุดใหม่

จับตาขั้วอำนาจเนปิดอว์! “ขิ่น ยี” อดีตนายพลคนสนิทมินอองหล่าย จ่อคุมเก้าอี้ประธานสภาฯ ชุดใหม่

แชร์บทความ
ขิ่น ยี

ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาที่ดำเนินมาถึงเฟสสุดท้ายในเดือนมกราคม 2569 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ ผลการนับคะแนนเบื้องต้นระบุว่าพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็นพรรคตัวแทนของกองทัพคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในเขตพื้นที่ที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ส่งผลให้การจัดสรรตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล “กึ่งพลเรือน” ชุดใหม่กลายเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะชื่อของ ขิ่น ยี ประธานพรรค USDP และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงตรวจคนเข้าเมือง ที่ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งสำคัญอย่างประธานสภาผู้แทนราษฎร (Speaker of the Lower House) แทนที่จะเป็นตำแหน่งรองประธานาธิบดีตามที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า 💬

ยุทธศาสตร์การสืบทอดอำนาจและบทบาทของประธานสภาคนใหม่

นักวิเคราะห์มองว่าการที่กองทัพเลือกผลักดันคนสนิทระดับหัวกะทิให้เข้าไปคุมอำนาจนิติบัญญัติ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างความชอบธรรมให้แก่การปกครองชุดใหม่ การดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ จะช่วยให้กองทัพสามารถควบคุมกระบวนการออกกฎหมายและรับรองนโยบายสำคัญได้โดยไม่มีอุปสรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาที่มีสัดส่วนของทหารที่แต่งตั้งโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดอยู่แล้วร้อยละ 25 การเข้ามารับหน้าที่ของ ขิ่น ยี ในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างกองทัพและรัฐบาลใหม่ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างราบรื่นตามแนวทางที่พลเอกอาวุโสมิน ออง หล่าย วางไว้ 📍

นอกจากนี้ การคุมเก้าอี้ประธานสภายังมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประชุมสภาความมั่นคงและป้องกันชาติ (NDSC) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงสุดในช่วงภาวะฉุกเฉินหรือการเปลี่ยนผ่านอำนาจ การมีคนไว้ใจได้ในตำแหน่งนี้จะช่วยการันตีว่าแผนการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของผู้นำทหารพม่าจะไม่มีแรงต้านภายในสภา 💬

ก้าวต่อไปของเมียนมาภายใต้เงาของพรรค USDP

พรรค USDP ภายใต้การนำของแกนนำรายนี้ได้ประกาศยุทธศาสตร์ “มั่นคงและมั่งคั่ง” โดยมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่บอบช้ำจากสงครามกลางเมืองและการสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ความท้าทายใหญ่คือการยอมรับจากประชาชนและกลุ่มต่อต้าน (NUG/PDF) ที่ยังคงยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียง “ละครการเมือง” เพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการเท่านั้น การที่รัฐสภาชุดใหม่จะเปิดประชุมในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 นี้ จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่าเมียนมาจะก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่มั่นคงขึ้นหรือจะยิ่งถลำลึกสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าเดิม 📍

สรุปสถานการณ์และทิศทางภูมิรัฐศาสตร์อาเซียน

โดยสรุปแล้ว การจัดสรรอำนาจในเนปิดอว์รอบนี้เป็นการตอกย้ำว่ากองทัพเมียนมายังคงกุมบังเหียนประเทศอย่างเหนียวแน่นผ่านกลไกพรรคการเมืองและสภา 🏛️

หลังจากนี้คาดว่าในเดือนมีนาคมจะมีการเสนอชื่อประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากโผตำแหน่งประธานสภาฯ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าระบบพรรคการเมืองสายทหารได้รับภารกิจสำคัญในการเป็นหน้าด่านคอยประคองอำนาจให้แก่คณะผู้นำทหารอย่างเบ็ดเสร็จในยุค 2569 นี้

แชร์บทความ