ญี่ปุ่นกางแผนเตรียมติดตั้งขีปนาวุธบนเกาะใกล้ไต้หวัน โต้กลับจีนหลังประกาศคุมเข้มส่งออก
กรุงโตเกียว – อุณหภูมิความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและช่องแคบไต้หวันพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงกลาโหม ระบุว่า รัฐบาลกรุงโตเกียวกำลังพิจารณาประเมินแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ ด้วยการ “เตรียมติดตั้งระบบขีปนาวุธ” บนหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งมีอาณาเขตทางทะเลประชิดกับเกาะไต้หวัน
เสริมเขี้ยวเล็บ รับมือภัยคุกคามทางทะเล
แผนการยกระดับความมั่นคงดังกล่าว คาดว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายหน่วยรบปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน และจรวดร่อนพิสัยกลาง แบบยิงจากพื้นสู่พื้น ของกองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) ของญี่ปุ่น เข้าไปประจำการบนเกาะที่อยู่ห่างไกล
การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อเสริมขีดความสามารถในการป้องปราม (Deterrence) และปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดน ท่ามกลางสถานการณ์ที่กองทัพเรือและกองทัพอากาศของจีน ได้เพิ่มความถี่ในการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันและในพื้นที่ทะเลจีนตะวันออกอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

โต้กลับยุทธวิธี “สงครามการค้าแร่หายาก”
ความเคลื่อนไหวทางทหารของญี่ปุ่นครั้งนี้ เกิดขึ้นในจังหวะเวลาเดียวกับที่ทางการปักกิ่งได้ประกาศมาตรการคุมเข้มการส่งออก แร่หายาก (Rare Earth Elements) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์และอาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นสูง ทำให้หลายประเทศรวมถึงญี่ปุ่นมองว่า จีนกำลังใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการค้า มาเป็นอาวุธต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์
บรรดานักวิเคราะห์ความมั่นคงระดับนานาชาติชี้ว่า การที่ญี่ปุ่นเลือกที่จะขยับขุมกำลังทหารและอาวุธหนักเข้าใกล้ช่องแคบไต้หวันมากขึ้น เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนไปยังกรุงปักกิ่งว่า ญี่ปุ่นพร้อมยืนหยัดร่วมกับสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรชาติตะวันตก ในการรักษาสถานะเดิม (Status Quo) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจลุกลามบานปลายจนกระทบต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นในอนาคต










