ที่ประชุมสภากลาโหมมีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญหลายประการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเน้นการก่อสร้างรั้วอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกล้องวงจรปิด และรั้วคอนกรีตถาวรในพื้นที่ที่กำหนดเขตแดนชัดเจน ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่และภัยธรรมชาติต่างๆ

สภากลาโหมไฟเขียวเสริมความมั่นคงชายแดน
โฆษกกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า ที่ประชุมสภากลาโหมครั้งล่าสุดได้มีมติเห็นชอบ 5 มาตรการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยและป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ไฮไลต์สำคัญของมาตรการดังกล่าวคือการอนุมัติโครงการก่อสร้างรั้วในสองรูปแบบ ได้แก่ “รั้วอิเล็กทรอนิกส์” หรือ e-Fence ซึ่งจะติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดประสิทธิภาพสูงเพื่อการเฝ้าระวังและตรวจจับสิ่งผิดปกติตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสอดส่องดูแลพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม
นอกจากนี้ ยังมีการอนุมัติให้ก่อสร้าง “รั้วถาวร” ในพื้นที่ซึ่งมีเขตแดนที่ชัดเจนและได้รับการยอมรับร่วมกันแล้ว การสร้างรั้วถาวรจะช่วยกำหนดแนวเขตให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ป้องกันการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายและแก้ไขปัญหาข้อพิพาทในระยะยาว


จัดตั้งหน่วยงานใหม่-รับมือภัยพิบัติ
นอกเหนือจากมาตรการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เดินหน้าจัดตั้ง “หน่วยป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่” เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งจำเป็นต้องมีหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการรับมือ ขณะเดียวกัน สภากลาโหมยังได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนและรับมือกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้งและไฟป่า ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของกองทัพที่ไม่จำกัดอยู่แค่ด้านความมั่นคง แต่ยังครอบคลุมถึงการบรรเทาสาธารณภัยด้วย

โดยสรุป มติสภากลาโหมในครั้งนี้เป็นการวางรากฐานสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการชายแดนให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของการป้องกันประเทศและการรับมือกับภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างยั่งยืน









