กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์โรคอีสุกอีใส หรือโรคสุกใส ในประเทศไทย พบว่ามีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยมียอดผู้ป่วยสะสมแล้วกว่า 10,000 ราย พร้อมเตือนให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่เฝ้าระวังการแพร่ระบาดเป็นพิเศษ

สถานการณ์การระบาดต้นปี
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค พบว่าการแพร่ระบาดของโรคสุกใสมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาสแรกของปี ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กนักเรียนกลับมาทำกิจกรรมร่วมกันในโรงเรียนตามปกติ ทำให้จำนวนผู้ป่วยสะสมพุ่งสูงเกินหนึ่งหมื่นรายอย่างรวดเร็ว ทางหน่วยงานจึงได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียนอย่างใกล้ชิด

กลุ่มเสี่ยงและช่องทางการแพร่เชื้อ
กลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคสุกใสมากที่สุดคือกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน เนื่องจากเป็นวัยที่มีการรวมตัวกันในสถานศึกษา เช่น โรงเรียน หรือศูนย์เด็กเล็ก ทำให้เชื้อสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว โดยช่องทางการติดต่อหลักของโรคมาจากการสัมผัสโดยตรงกับตุ่มน้ำใสของผู้ป่วย การหายใจเอาละอองฝอยจากการไอหรือจามของผู้ติดเชื้อเข้าไป รวมถึงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน

กรมควบคุมโรคได้ออกคำเตือนไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคสุกใส โดยแนะนำให้มีการคัดกรองเด็กที่มีอาการน่าสงสัย และให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะอาการของโรคและวิธีป้องกันเบื้องต้น เพื่อช่วยกันยับยั้งการแพร่ระบาดในวงกว้าง

สรุปได้ว่าสถานการณ์โรคสุกใสยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก การตระหนักรู้ถึงช่องทางการแพร่เชื้อและมาตรการป้องกันในสถานศึกษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัด









