Picture of jungrainews
Home » เกมขยับ! “จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์” ลงนามยุทธศาสตร์ไตรภาคีต้านนโยบายภาษี 25%

เกมขยับ! “จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์” ลงนามยุทธศาสตร์ไตรภาคีต้านนโยบายภาษี 25%

แชร์บทความ
จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์

สถานการณ์ความขัดแย้งระดับโลกก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ที่ดุเดือดกว่าเดิม เมื่อมหาอำนาจฝั่งตะวันออกอย่าง จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์ อย่างเป็นทางการผ่านการลงนามในข้อตกลงยุทธศาสตร์ไตรภาคี (Trilateral Strategic Pact) เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการ “ภาษีศุลกากร 25%” กับทุกประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน เพื่อกดดันให้เตหะรานยอมจำนนต่อข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ การจับมือกันของสามประเทศนี้จึงถูกมองว่าเป็น “แกนกลางใหม่” ที่พร้อมท้าทายระเบียบโลกขั้วเดียวของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน 📈

วิเคราะห์นโยบายกำแพงภาษีและการตอบโต้ของ จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์

ภายหลังจากที่ทรัมป์ประกาศผ่านทรูธ โซเชียล ว่าประเทศใดก็ตามที่ค้าขายกับอิหร่านจะต้องจ่ายภาษีนำเข้าสินค้าไปสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 25% ส่งผลให้กระทรวงการต่างประเทศของจีนออกมาตอบโต้อย่างรุนแรงว่า “สงครามภาษีไม่มีผู้ชนะ” และพร้อมจะปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของบริษัทจีน การที่ จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์ ในมิตินี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงทางพลังงาน เนื่องจากจีนยังคงเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่จากอิหร่านโดยใช้ระบบการชำระเงินที่เลี่ยงสกุลเงินดอลลาร์ 📍

ในขณะเดียวกัน รัสเซียได้ขยับบทบาทเข้ามาเป็นตัวกลางในการส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหม โดยมีการเปิดเผยว่ารัสเซียและอิหร่านได้เริ่มการซ้อมรบทางเรือร่วมกันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก เพื่อแสดงแสนยานุภาพและส่งสัญญาณเตือนไปยังวอชิงตันว่า มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปเมื่อ จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์ ด้วยการสร้างระบบเศรษฐกิจคู่ขนานขึ้นมา 💬

จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์

ยุทธศาสตร์ไตรภาคีปี 2569: เมื่อ จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์ ในทุกมิติ

ข้อตกลงความร่วมมือที่เพิ่งลงนามไปนั้น ครอบคลุมตั้งแต่การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี AI, ระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม ไปจนถึงความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ การที่ จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์ ในลักษณะนี้ ทำให้นักวิเคราะห์กังวลว่าโลกกำลังถูกแบ่งแยกออกเป็นสองค่ายอย่างเด็ดขาด โดยฝ่ายหนึ่งนำโดยสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก ส่วนอีกฝ่ายคือพันธมิตรยูเรเชียที่นำโดยปักกิ่งและมอสโก ซึ่งมีอิหร่านเป็นหัวหอกสำคัญในตะวันออกกลาง 📍

ทางด้านสหรัฐฯ แม้จะมีการข่มขู่ด้วยภาษี แต่รัฐบาลทรัมป์กลับเริ่มส่งสัญญาณ “เปิดช่องเจรจา” ในเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม ท่าทีของอิหร่านที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบจากสองมหาอำนาจ ทำให้เตหะรานไม่มีท่าทีที่จะลดราวาศอก การที่ จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์ จึงเปรียบเสมือนการสร้าง “โล่ป้องกัน” ที่ทำให้อิหร่านสามารถยืนหยัดต่อสู้กับแรงกดดันมหาศาลจากฝั่งตะวันตกได้โดยที่เศรษฐกิจภายในยังไม่ล่มสลาย 🕊️

บทสรุปและทิศทางภูมิรัฐศาสตร์โลกภายใต้แรงเสียดทานครั้งใหญ่

โดยสรุปแล้ว ปรากฏการณ์ จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์ คือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยที่การทูตแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” กลับมาครอบงำโลกอีกครั้ง การใช้ภาษีนำเข้าเป็นอาวุธของทรัมป์อาจย้อนกลับมาทำร้ายเศรษฐกิจสหรัฐฯ เอง หากพันธมิตรไตรภาคีนี้สามารถสร้างระบบการค้าที่พึ่งพาตนเองได้สำเร็จ 🏛️

สำหรับประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียน สถานการณ์นี้เป็นโจทย์ที่ยากลำบากในการวางตัวเป็นกลาง การติดตามความเคลื่อนไหวของ จีน รัสเซีย หนุนอิหร่าน ชนทรัมป์ อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเตรียมรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าเงินที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ท่ามกลางพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ 🇹🇭

แชร์บทความ