Picture of adminpostnews
Home » เพลง ชนม์ทิดา เผชิญภาวะ PMS คืออะไร อาการและการรับมือ

เพลง ชนม์ทิดา เผชิญภาวะ PMS คืออะไร อาการและการรับมือ

แชร์บทความ

เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม ได้เปิดเผยว่าเธอกำลังเผชิญกับกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน หรือที่รู้จักกันในชื่อ PMS ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้หญิงหลายคนต้องประสบอยู่เป็นประจำ สร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า PMS คืออะไร

ทำความรู้จัก PMS ภาวะที่ผู้หญิงต้องเผชิญ

กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome: PMS) คือกลุ่มอาการที่ส่งผลกระทบทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรม โดยจะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนการมีประจำเดือน และอาการจะค่อยๆ ทุเลาลงและหายไปหลังประจำเดือนมาแล้ว 1-2 วัน สาเหตุหลักเชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในช่วงครึ่งหลังของรอบเดือน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อสารเคมีในสมองบางชนิด โดยเฉพาะเซโรโทนิน (Serotonin) ที่มีหน้าที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก จึงเป็นที่มาของความแปรปรวนทางอารมณ์ที่เกิดขึ้น

อาการของ PMS มีความหลากหลายและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ อาการทางกาย เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คัดตึงเต้านม ปวดกล้ามเนื้อ ท้องอืด น้ำหนักขึ้น และอยากอาหารมากกว่าปกติ ส่วนอาการทางอารมณ์และจิตใจ ได้แก่ หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย วิตกกังวล รู้สึกเศร้าหรือสิ้นหวัง อารมณ์แปรปรวน และไม่มีสมาธิ

แนวทางการดูแลและรับมือเบื้องต้น

จากกรณีของเพลง ชนม์ทิดา ที่ทำให้หลายคนหันมาสนใจภาวะ PMS มากขึ้น การเรียนรู้วิธีรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตบางอย่างสามารถช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ เช่น การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) หรือสารแห่งความสุข ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียดได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ การเลือกรับประทานอาหารก็มีส่วนสำคัญ ควรเน้นผักผลไม้และธัญพืชไม่ขัดสี หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง รวมถึงอาหารรสเค็มจัดที่อาจทำให้อาการบวมน้ำรุนแรงขึ้น การลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ก็สามารถช่วยลดความวิตกกังวลและอาการนอนไม่หลับได้ ขณะเดียวกัน การพักผ่อนให้เพียงพอและหาวิธีจัดการความเครียด เช่น การทำสมาธิ หรือโยคะ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กันไป หากอาการ PMS มีความรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและคำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสม

แชร์บทความ