แบงก์ชาติ เผย คนไทย 77.3% มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน สะท้อนสถานการณ์ความเปราะบางทางการเงินของภาคครัวเรือนอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังขาดภูมิคุ้มกันทางการเงินในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และอีกจำนวนไม่น้อยไม่ได้วางแผนออมเพื่อวัยเกษียณอย่างเป็นระบบ ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ผลสำรวจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามพฤติกรรมทางการเงินของประชาชน พบว่า แม้หลายครัวเรือนจะตระหนักถึงความสำคัญของการออม แต่ข้อจำกัดด้านรายได้ ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น และภาระหนี้สิน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถกันเงินสำรองไว้ได้เพียงพอ

ภาพสะท้อนความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือน 📊
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า สัดส่วนประชาชนที่มีเงินออมฉุกเฉินเพียงพอสำหรับใช้จ่ายได้เกิน 6 เดือน มีเพียงร้อยละ 22.7 เท่านั้น ขณะที่ส่วนใหญ่มีเงินออมต่ำกว่าระดับดังกล่าว ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การตกงาน เจ็บป่วย หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ในมิติของการวางแผนระยะยาว พบว่าประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้จัดทำแผนออมเงินเพื่อวัยเกษียณอย่างชัดเจน บางส่วนพึ่งพาเพียงกองทุนประกันสังคมหรือเงินบำเหน็จบำนาญขั้นพื้นฐาน ขณะที่แรงงานนอกระบบจำนวนมากยังไม่มีเครื่องมือการออมที่ต่อเนื่องและมั่นคง
นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจมองว่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงโครงสร้างรายได้ที่ยังไม่สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่าย รวมถึงระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ความสามารถในการออมถูกจำกัด 💬

ปัจจัยกดดันรายได้–หนี้สิน กระทบการออมระยะยาว
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการออมของประชาชน ได้แก่ ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ภาระหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบ ตลอดจนความไม่แน่นอนของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานอิสระและแรงงานนอกระบบที่มีรายได้ไม่แน่นอน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินส่วนบุคคลให้ความเห็นว่า การไม่มีเงินออมฉุกเฉินเพียงพอ อาจทำให้ประชาชนต้องก่อหนี้เพิ่มเติมเมื่อเผชิญเหตุไม่คาดคิด ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือนในภาพรวม ขณะเดียวกัน การไม่ได้วางแผนออมเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อย อาจนำไปสู่ภาวะขาดรายได้หลังเกษียณ และเพิ่มภาระต่อระบบสวัสดิการของรัฐในอนาคต
ทั้งนี้ แนวทางแก้ไขในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน ในการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) และพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่เหมาะสมกับรายได้ของแต่ละกลุ่มอาชีพ 🕊️

สรุป: เร่งสร้างวินัยการออม เสริมภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจครัวเรือน
สถานการณ์ที่ แบงก์ชาติ เผย คนไทย 77.3% มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และจำนวนมากยังไม่ได้วางแผนออมเกษียณ สะท้อนความท้าทายสำคัญด้านความมั่นคงทางการเงินของประชาชนไทยในปัจจุบัน
การสร้างวินัยการออมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการทำงาน ควบคู่กับการลดภาระหนี้ และการวางแผนเกษียณอย่างเป็นระบบ จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมภูมิคุ้มกันให้ครัวเรือน พร้อมรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจในอนาคตอย่างยั่งยืนและมั่นคง 📍









