เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 ได้สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายชาย 2 คน ที่ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถตุ๊กตุ๊กแล้วทำทำการ กระชากกระเป๋า ของนักท่องเที่ยวสาวชาวฮ่องกง บริเวณหน้าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ถนนพระราม 1 เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เสียหายสูญเสียทรัพย์สินมูลค่ากว่า 20,000 บาท รวมถึงหนังสือเดินทาง แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในสายตาชาวโลก เนื่องจากคนร้ายมีการตระเวนก่อเหตุต่อเนื่องในพื้นที่ สน.ลุมพินี และ สน.ปทุมวัน ภายในคืนเดียว 💬

เปิดพฤติการณ์คนร้ายและมาตรการป้องกันเร่งด่วนของตำรวจ
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้าประกบด้านขวาของรถตุ๊กตุ๊กในจังหวะที่รถชะลอตัว ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าจนเกิดการยื้อยุดทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่นิ้วมือ ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 จึงมีคำสั่งให้ทั้ง 8 สน. ในสังกัด เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่เป็นจุดเสี่ยง และมีการหารือถึงการนำ “มาตรการติดตาข่ายด้านข้างรถตุ๊กตุ๊ก” กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อสร้างปราการป้องกันไม่ให้โจรสามารถเอื้อมมือเข้ามาประทุษร้ายต่อทรัพย์ได้โดยง่าย 📍
นอกจากนี้ ตำรวจยังมีข้อมูลเชิงลึกว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุอาจเป็นกลุ่มอาชีพที่คุ้นเคยกับเส้นทางในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยมีการวางแผนเส้นทางหลบหนีผ่านแยกปทุมวันมุ่งหน้าพื้นที่พลับพลาไชย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับและนำตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในช่วงต้นปี 2569 นี้ 💬

ย้อนรอยความสำเร็จ “ตาข่ายป้องกัน” ไอเดียแก้เผ็ดโจรวิ่งราว
แนวคิดเรื่องการติดตาข่ายป้องกันการ กระชากกระเป๋า บนรถสามล้อไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เคยเป็นโครงการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปี 2556-2559 โดยตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจท้องที่ในย่านเศรษฐกิจ ตาข่ายนี้จะทำหน้าที่เป็นผนังกั้นด้านขวาของตัวรถ (ฝั่งที่ติดกับถนน) ช่วยให้นักท่องเที่ยวอุ่นใจขึ้นเมื่อต้องวางสัมภาระไว้ข้างตัว การที่ บก.น.6 เล็งพิจารณานำมาตรการนี้กลับมาใช้อีกครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและปรับตัวตามสถานการณ์อาชญากรรมที่กลับมาระบาดอีกครั้ง 📍
ทั้งนี้ นอกจากการพึ่งพาอุปกรณ์ป้องกันแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ยังฝากเตือนไปยังผู้ขับขี่รถตุ๊กตุ๊กให้ช่วยเป็นหูเป็นตา และแนะนำนักท่องเที่ยวให้เก็บของมีค่าไว้ในจุดที่ปลอดภัย หรือวางไว้ตรงกลางระหว่างที่นั่งเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าสายตาของมิจฉาชีพที่ขี่รถวนเวียนหาเหยื่อในย่านสยามสแควร์และราชดำริ 🕊️
บทสรุป: การกู้คืนความเชื่อมั่นและทิศทางความปลอดภัยในพื้นที่ชั้นใน
โดยสรุปแล้ว คดีสะเทือนขวัญครั้งนี้เป็นบททดสอบสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการกวาดล้างแก๊งวิ่งราวที่ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว การพิจารณาใช้มาตรการทางกายภาพอย่างการติดตาข่าย ควบคู่ไปกับการตั้งจุดตรวจที่เข้มงวดขึ้น ถือเป็นก้าวย่างที่ถูกต้องในการป้องปรามอาชญากรรม 🏛️
หากมาตรการติดตาข่ายได้รับความเห็นชอบและเริ่มบังคับใช้ในรถตุ๊กตุ๊กทุกคันในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน คาดว่าจะช่วยลดสถิติการถูกประทุษร้ายต่อทรัพย์บนรถสาธารณะได้อย่างมีนัยสำคัญ และช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมทัศนียภาพของเมืองหลวงได้อย่างสบายใจไร้กังวล









