“วรวงศ์” มั่นใจปี 2569 นายวรวงศ์ (นามสมมติ/ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ) แสดงทรรศนะต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยโดยเชื่อมั่นว่า ปี 2569 จะเป็น “ปีทอง” ของการส่งออกไทยอีกครั้ง หลังจากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญเริ่มชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ได้มีการให้ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์แก่ภาครัฐว่า จำเป็นต้องเร่งขยายขอบเขตการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้าใหม่ๆ อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ทัดเทียมกับประเทศคู่แข่งสำคัญในภูมิภาคอย่างเวียดนาม
วิเคราะห์ปัจจัยบวกหนุนการส่งออกไทยและโอกาสในตลาดใหม่
ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการส่งออกไทยในปี 2569 มาจากความต้องการสินค้าในกลุ่มเกษตรแปรรูป อาหารแห่งอนาคต และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ไทยมีฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการปรับตัวของผู้ผลิตไทยที่หันมาใช้เทคโนโลยีสีเขียวตามมาตรฐานสากลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นายวรวงศ์ระบุว่าเพียงแค่คุณภาพสินค้าอาจไม่พอ แต่ต้องมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกลงผ่านข้อตกลงทางการค้า เพื่อให้สินค้าไทยสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดในยุโรปและตะวันออกกลางเอาไว้ได้ในระยะยาว 🌍💡
ประเด็นความท้าทาย: ทำไมไทยต้องเร่งทำ FTA ให้ทันเวียดนาม?
ประเด็นที่น่ากังวลคือปัจจุบันเวียดนามมีความได้เปรียบจากการมีข้อตกลง FTA กับหลายกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่มากกว่าไทย โดยเฉพาะในตลาดยุโรป (EVFTA) ซึ่งส่งผลให้สินค้าจากเวียดนามมีภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่าสินค้าไทยในหลายประเภท นายวรวงศ์เน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยต้องทำงานเชิงรุกในการเปิดเจรจา FTA ใหม่ๆ เช่น ไทย-ยูภาพยุโรป (EU) และไทย-กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อลดกำแพงภาษีและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติที่จะใช้ไทยเป็นฐานการส่งออก 🤝🛡️
สรุปภาพรวมและข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการค้า
บทสรุปของภาคส่งออกไทยในปี 2569 แม้จะมีแนวโน้มการเติบโตที่สดใส แต่ความยั่งยืนนั้นขึ้นอยู่กับการปรับตัวเชิงนโยบายของรัฐบาลในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าผ่าน FTA การเตรียมความพร้อมด้านโลจิสติกส์ และการสนับสนุนให้ SMEs เข้าถึงข้อมูลตลาดโลกอย่างทั่วถึง หากไทยสามารถเร่งเครื่องในประเด็นเหล่านี้ได้ทันเวลา ปี 2569 จะเป็นปีที่การส่งออกไทยกลับมาเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเต็มภาคภูมิ









