หน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ SCB EIC ประกาศปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยสำหรับปี 2569 โดยคาดว่าจะขยายตัวที่ 1.8% การทบทวนตัวเลขครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 เติบโตได้ดีเกินคาด ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยหนุนจากการเติบโตเกินคาด
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ SCB EIC ปรับมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย มาจากการขยายตัวของ GDP ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ที่ระดับ 2.5% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงสัญญาณการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและการส่งออกในบางภาคส่วน การเติบโตที่แข็งแกร่งเกินคาดนี้ได้กลายเป็นฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการคาดการณ์เศรษฐกิจตลอดทั้งปี 2569 และสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับการลงทุนและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ความท้าทายที่ต้องเฝ้าระวัง
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ยังคงชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 หากการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐสะดุดลง อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม

นอกจากนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังคงเป็นปัจจัยที่น่ากังวลและมีความเปราะบางสูง แม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่ภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงยังคงกดดันกำลังซื้อของภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจำกัดการขยายตัวของการบริโภคภายในประเทศได้ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ภาครัฐต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพและทั่วถึง

สรุปภาพรวมและแนวโน้ม
โดยสรุป การปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แต่ยังคงมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า ทั้งในมิติของนโยบายการคลังที่อาจล่าช้าและปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างหนี้ครัวเรือน ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง









