Picture of jungrainews
Home » ทางการสหรัฐฯ เปิดชื่อมือปืนวัย 21 ปี ก่อเหตุอุกอาจบุกรีสอร์ต “มาร์-อา-ลาโก” ในฟลอริดา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต

ทางการสหรัฐฯ เปิดชื่อมือปืนวัย 21 ปี ก่อเหตุอุกอาจบุกรีสอร์ต “มาร์-อา-ลาโก” ในฟลอริดา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต

แชร์บทความ
ทางการสหรัฐฯ

ทางการสหรัฐฯ หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยข้อมูลระบุตัวตนคนร้ายที่ก่อเหตุบุกรุกและใช้อาวุธปืนก่อเหตุภายในรีสอร์ต “มาร์-อา-ลาโก” (Mar-a-Lago) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ณ เมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา โดยระบุว่าเป็นชายวัย 21 ปี ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจท้องที่วิสามัญเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุภายหลังการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด สร้างความตื่นตระหนกให้แก่แขกผู้พักอาศัยและพนักงานภายในรีสอร์ตดังกล่าว

ลำดับเหตุการณ์ปฏิบัติการเข้าสกัดกั้นคนร้าย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำตามเวลาท้องถิ่น โดยคนร้ายอาศัยจังหวะที่มีความเคลื่อนไหวบริเวณประตูทางเข้าลักลอบนำอาวุธปืนบุกเข้าไปในพื้นที่รีสอร์ต และเริ่มเปิดฉากยิงเพื่อพยายามฝ่าด่านรักษาความปลอดภัยเข้าไปยังอาคารหลัก เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขา (Secret Service) และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำการอยู่ในบริเวณนั้นได้เข้าสกัดกั้นทันทีตามโปรโตคอลความปลอดภัยระดับสูงสุด ส่งผลให้เกิดการปะทะกันเป็นเวลาสั้นๆ ก่อนที่คนร้ายจะถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ณ จุดเกิดเหตุ 🚨📉

การสืบสวนแรงจูงใจและมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นพบว่า มือปืนรายนี้เป็นชายอายุ 21 ปีที่มีประวัติพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ FBI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้สรุปแรงจูงใจที่แน่ชัดว่าเป็นการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือเป็นปัญหาส่วนบุคคล ขณะที่ในช่วงเกิดเหตุมีรายงานว่าตัวประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้พำนักอยู่ที่รีสอร์ตดังกล่าว แต่เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ต้องมีการสั่งปิดล้อมพื้นที่โดยรอบและยกระดับการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญทั่วรัฐฟลอริดาอย่างเข้มงวดที่สุด

สรุปสถานการณ์ปัจจุบันและการดำเนินการตามกฎหมาย

สถานการณ์ที่รีสอร์ต มาร์-อา-ลาโก ในขณะนี้กลับเข้าสู่สภาวะควบคุมได้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังคงเร่งเก็บกู้ข้อมูลจากอุปกรณ์สื่อสารและยานพาหนะของคนร้ายเพื่อหาความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นหรือกลุ่มองค์กรที่อาจอยู่เบื้องหลัง บทสรุปเบื้องต้นยืนยันว่าไม่มีรายงานเจ้าหน้าที่หรือพลเรือนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์นี้ และทางการจะมีการแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป

แชร์บทความ