Picture of jungrainews
Home » สลดรับรุ่งสาง! กระบะซิ่งฝ่าไฟแดงสี่แยกวัดจันทนาราม ชัยนาท ชนสนั่นรถขาดสองท่อน ดับสยอง 5 ศพ เจ็บ 5

สลดรับรุ่งสาง! กระบะซิ่งฝ่าไฟแดงสี่แยกวัดจันทนาราม ชัยนาท ชนสนั่นรถขาดสองท่อน ดับสยอง 5 ศพ เจ็บ 5

แชร์บทความ

โศกนาฏกรรมรุ่งสาง! กระบะมรณะซิ่งฝ่าไฟแดง ชนสนั่นสี่แยกวัดจันทนาราม ชัยนาท รถพังยับขาดสองท่อน สังเวย 5 ศพ เจ็บสาหัสอีก 5 ราย

จังหวัดชัยนาท – เกิดอุบัติเหตุหมู่สุดสะเทือนขวัญรับรุ่งอรุณ เมื่อผู้ขับขี่รถกระบะคันหนึ่งตัดสินใจเหยียบคันเร่งฝ่าสัญญาณไฟแดง นำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่ที่พรากชีวิตวัยรุ่นและคนวัยทำงานไปถึง 5 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 ราย ท่ามกลางซากรถที่ฉีกขาดเป็นสองท่อน เศษชิ้นส่วนและร่างผู้บาดเจ็บกระจัดกระจายเกลื่อนเต็มท้องถนน 🚗💥

นาทีวิปโยค: เหินฝ่าไฟแดง ชนยับพินาศคาแยก

เหตุการณ์สุดสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ พ.ต.ต.โสธร สุขแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.สรรคบุรี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณ สี่แยกไฟแดงวัดจันทนาราม ม.1 ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท และทีมแพทย์กู้ชีพ รพ.สรรคบุรี รุดลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องผงะกับภาพความรุนแรง พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพ “พังยับเยินจนตัวถังขาดออกจากกันเป็นสองท่อน” โดยมีร่างของผู้โดยสารที่นั่งมาในรถคันดังกล่าวกระเด็นหลุดออกมานอนกระจัดกระจายอยู่กลางถนน ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังปฐมพยาบาลและเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 6 ราย ส่งโรงพยาบาลสรรคบุรีและโรงพยาบาลสรรพยาอย่างทุลักทุเล

แต่ปาฏิหาริย์ไม่มีจริงสำหรับทุกคน เมื่อ นางสาวสุพัตรา คล้ายทอง อายุ 25 ปี ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล

สังเวย 5 ศพ: ร่างกระแทกถนน แขนขาผิดรูป

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตคาที่ทันที 4 ราย รวมกับที่เสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 ราย เป็น เสียชีวิตทั้งหมด 5 ราย (บาดเจ็บ 5 ราย จากผู้อยู่ในรถทั้งหมด 10 ราย) ทราบชื่อผู้เสียชีวิตเบื้องต้น ได้แก่:

  1. นายวัชพล สูงงาม อายุ 28 ปี (คนขับรถกระบะต้นเหตุ)

  2. น.ส.ณัฐพร นามี อายุ 23 ปี

  3. น.ส.จารุวรรณ สิงหา อายุ 26 ปี

  4. น.ส.ธิติมา กลิ่นทอง อายุ 24 ปี

  5. น.ส.สุพัตรา คล้ายทอง อายุ 25 ปี (เสียชีวิตที่ รพ.) ทั้งหมดเป็นชาวอำเภอสรรคบุรี สภาพศพพบกระดูกหักหลายแห่งและแขนขาผิดรูปจากการกระแทกอย่างรุนแรง

เปิดภาพวงจรปิด-พยานเล่านาทีระทึก “เสียงดังเหมือนฟ้าผ่า”

จากการไล่กล้องวงจรปิดและการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ พบไทม์ไลน์มรณะว่า รถกระบะอีซูซุคันดังกล่าว ขับมาจากทางเขื่อนเจ้าพระยาด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงสี่แยกได้พุ่งชนรูดเสาไฟสัญญาณจราจรจนห้อยต่องแต่ง ก่อนจะ “ฝ่าไฟแดง” เข้าไปเฉี่ยวชนท้ายรถกระบะรับ-ส่งคนงานที่กำลังออกตัวตามสัญญาณไฟเขียว จากนั้นรถอีซูซุได้เสียหลักพุ่งไปฟาดกับเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่อย่างรุนแรง จนรถหมุนเคว้งไปชนท้ายรถกระบะอีกคันที่จอดอยู่ริมทาง ส่งผลให้ตัวรถฉีกขาดและคนในรถกระเด็นออกมาราวกับใบไม้ร่วง

นายปัญญาชน อายุ 43 ปี คนขับรถรับส่งคนงานที่ถูกชนท้าย เล่าด้วยอาการตื่นตระหนกว่า ตนขับรถมาตามปกติ พอไฟเขียวก็เหยียบคันเร่งออกตัว จู่ๆ กระบะขาวก็พุ่งฝ่าไฟแดงมาชนท้ายรถตนอย่างจัง โชคดีที่คนงานในรถ 4 คนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ทางด้าน นางวัชรินทร์ อายุ 53 ปี แม่ค้าข้าวหลามใกล้จุดเกิดเหตุ เล่านาทีระทึกว่า “กำลังเตรียมร้าน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังตูมสนั่นเหมือนฟ้าผ่า หันไปดูก็เห็นรถพังยับ คนนอนเกลื่อนถนนไปหมด ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่มีเสียงร้องสักนิดเดียว เศษชิ้นส่วนรถกระเด็นมาไกลถึงหน้าร้าน น่ากลัวมาก”

น้ำตาแม่แทบเป็นสายเลือด – ตรวจเข้มแอลกอฮอล์คนขับ

บรรยากาศความโศกเศร้าปกคลุมไปทั่ว เมื่อมารดาของหนึ่งในผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึงและเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวเพิ่งเลิกงานตอนตี 1 และได้ไปสังสรรค์ต่อกับเพื่อนกลุ่มนี้ในตัวเมือง กำลังจะเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อน แต่ก็มาเกิดเหตุสลดขึ้นเสียก่อน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สรรคบุรี ระบุว่า ขณะนี้ต้องรอให้ผู้บาดเจ็บที่เหลือฟื้นตัวเพื่อสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมสั่งการให้แพทย์ เจาะเลือดผู้เสียชีวิตที่เป็นคนขับ เพื่อตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความประมาทครั้งนี้หรือไม่ ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 🚔🚨

แชร์บทความ