กรณ์ วิเคราะห์นโยบายภาษีทรัมป์ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาแสดงทัศนะต่อกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายปรับขึ้นภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ โดยระบุว่าแม้จะดูเป็นวิกฤตต่อการค้าโลก แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับเป็น “โอกาสทอง” ของประเทศไทยในการเร่งดึงดูดฐานการผลิตที่ย้ายออกจากประเทศคู่ขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยภายในที่น่ากังวลอย่างเรื่องกำลังซื้อที่ถดถอยและระดับหนี้เสีย (NPL) ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
พลิกเกมเศรษฐกิจ! ใช้กำแพงภาษีสหรัฐฯ เป็นแรงดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่ไทย
นายกรณ์ระบุว่า นโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่ทั่วโลก ซึ่งไทยควรใช้จังหวะนี้ในการนำเสนอจุดเด่นของประเทศเพื่อเป็นฐานการผลิตทดแทน (Alternative Hub) โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้า หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการสิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนได้อย่างรวดเร็ว ไทยจะได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการย้ายฐานทุนครั้งนี้ 📈
ข้อควรระวังภายในประเทศ: กำลังซื้อที่เปราะบางและกับดักหนี้เสีย
นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว อดีตรัฐมนตรีคลังยังเน้นย้ำถึง “โจทย์หิน” ภายในประเทศที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข คือสภาวะกำลังซื้อของประชาชนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้เสียในระบบธนาคารที่เพิ่มขึ้น หากปัญหาหนี้เสียไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม จะกลายเป็นตัวฉุดรั้งให้เศรษฐกิจในประเทศไม่สามารถขยับตัวได้ตามการลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามา
สรุปมุมมองและการเตรียมความพร้อมรับมือความผันผวน
บทสรุปมุมมองของนายกรณ์ในครั้งนี้ เน้นไปที่การสร้างสมดุลระหว่าง “โอกาสจากภายนอก” และ “ความแข็งแกร่งภายใน” โดยไทยต้องรีบคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าโลกของสหรัฐฯ ควบคู่ไปกับการออกมาตรการแก้ปัญหาหนี้สินอย่างจริงจัง เพื่อสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวท่ามกลางความผันผวนของโลกยุค 2026









