Picture of jungrainews
Home » ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งเบรก! ยกเลิกมาตรการ “กำแพงภาษีทั่วโลก” ของทรัมป์ ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต รัฐส่อคืนเงินแสนล้าน

ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งเบรก! ยกเลิกมาตรการ “กำแพงภาษีทั่วโลก” ของทรัมป์ ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต รัฐส่อคืนเงินแสนล้าน

แชร์บทความ

ช็อกทำเนียบขาว! ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งยกเลิก “กำแพงภาษีทั่วโลก” ของทรัมป์ ชี้ใช้อำนาจบริหารเกินขอบเขต รัฐบาลส่ออ่วมต้องคืนเงินกว่าแสนล้านดอลลาร์

กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. – ถือเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลฎีกาสหรัฐฯ (US Supreme Court) ได้มีคำพิพากษาครั้งสำคัญ สั่งยกเลิกนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจเรือธงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สอง โดยศาลชี้ขาดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจที่ “เกินขอบเขต” ของฝ่ายบริหารตามรัฐธรรมนูญ 🏛️⚖️

มติ 6 ต่อ 3: ดับฝันการใช้อำนาจฉุกเฉิน (IEEPA) พร่ำเพรื่อ

ประเด็นหลักของคำวินิจฉัยในครั้งนี้ อยู่ที่การปฏิเสธการอ้างสิทธิ์ใช้ อำนาจฉุกเฉิน ของประธานาธิบดี โดยศาลมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ตัดสินว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถใช้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศปี 2520 (International Emergency Economic Powers Act – IEEPA) เป็นเครื่องมือในการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าในวงกว้างได้ เนื่องจากเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว มีไว้สำหรับรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติที่แท้จริงเท่านั้น

จอห์น โรเบิร์ตส์ (John Roberts) ประธานศาลสูงสุด เป็นผู้อ่านคำวินิจฉัยของศาล โดยระบุชัดเจนว่า จุดยืนทางกฎหมายของทรัมป์ในครั้งนี้ “ถือเป็นการขยายอำนาจของประธานาธิบดีเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรอย่างพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์”

ศาลเสียงข้างมากยังย้ำด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อเรียกเก็บภาษีศุลกากรเลยแม้แต่น้อย นับประสาอะไรกับการนำมาใช้ในระดับและขอบเขตที่กว้างขวางระดับโลกเช่นนี้ หากต้องการใช้อำนาจที่ไม่ธรรมดานี้ ประธานาธิบดีจะต้องชี้ให้เห็นถึงบทกฎหมายที่สภาคองเกรสให้อำนาจไว้อย่างชัดแจ้ง ซึ่งศาลระบุว่า “เขาไม่สามารถทำได้”

(หมายเหตุ: ผู้พิพากษาที่มีความเห็นแย้ง 3 ท่าน ได้แก่ แคลเรนซ์ โธมัส, ซามูเอล อาลิโต และเบร็ตต์ คาวานาห์)

หายนะทางการคลัง? ส่อแววต้องคืนเงิน 1.6 แสนล้านดอลลาร์

คำตัดสินนี้ถือเป็นการทุบทำลายนโยบายเศรษฐกิจหลักของทรัมป์ ที่ก่อนหน้านี้ได้สั่งลุยจัดเก็บภาษีสูงถึง 10 – 50% สำหรับสินค้านำเข้าเกือบทุกประเภท

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ผลกระทบจากคำตัดสินนี้อาจสร้างความปั่นป่วนต่องบประมาณแผ่นดินอย่างรุนแรง เนื่องจากบีบให้รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้อง “คืนเงินภาษี” ที่เรียกเก็บไปแล้วทั้งหมดให้กับบริษัทและผู้นำเข้า ซึ่งประเมินว่ามีมูลค่ามหาศาลระหว่าง 1.3 แสนล้านดอลลาร์ ถึง 1.6 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 4.4 – 5.4 ล้านล้านบาท) 💸

ปฏิกิริยาสะเทือนโลก: ตลาดหุ้นผันผวน-ทำเนียบขาวนั่งไม่ติด

  • วอลล์สตรีทขานรับ (Wall Street): ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีปฏิกิริยาตอบรับในเชิงบวกผสมความผันผวนในช่วงต้น โดยสำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ดัชนีหลักทั้ง 3 ตัว ปรับตัวสูงขึ้น (ดาวโจนส์ +0.2%, S&P 500 +0.3% และ แนสแด็ก +0.5%) เนื่องจากนักลงทุนมองว่าต้นทุนการนำเข้าของบริษัทต่างๆ จะลดลง แม้ว่าหุ้นกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Walmart และ Amazon จะมีแรงเทขายออกมาชั่วคราวเพื่อประเมินสถานการณ์ก็ตาม

  • คำเตือนจากทรัมป์: ก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสิน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เตือนว่า หากศาลตัดสินออกมาในทางลบ จะถือเป็น “หายนะ” ต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของอเมริกา พร้อมระบุข้อความดุเดือดว่า “ถ้าศาลตัดสินแย้งกับสหรัฐฯ ในเรื่องโบนัสด้านความมั่นคงนี้ เราซวยแน่!”

ก้าวต่อไปของสงครามการค้า

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงพาณิชย์และตัวแทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) กำลังเรียกประชุมด่วนเพื่อประเมินท่าทีและหาแนวทางปฏิบัติใหม่

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าวิเคราะห์ว่า แม้อำนาจจากกฎหมาย IEEPA จะถูกตัดทอนลง แต่ฝ่ายบริหารอาจไม่ยอมแพ้ และพยายามงัดเครื่องมือทางกฎหมายอื่น ๆ มาใช้แทน เช่น มาตรา 301 หรือ มาตรา 122 ของกฎหมายการค้า (Trade Act) เพื่อเดินหน้าเก็บภาษีต่อไป เพียงแต่กระบวนการหลังจากนี้จะมีความซับซ้อน ล่าล่าช้า และถูกตรวจสอบจากรัฐสภาอย่างเข้มข้นกว่าเดิม 🌐

แชร์บทความ