ไทย-สหรัฐฯ เร่งเจรจาภาษี รัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกาเดินหน้าเปิดโต๊ะเจรจาระดับพหุภาคี เพื่อหาทางออกร่วมกันในกรณีมาตรการภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และภาษีตอบโต้การอุดหนุน (CVD) ที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญของไทย โดยทั้งสองฝ่ายแสดงท่าทีร่วมกันในการลดกำแพงภาษีและสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน พร้อมกำหนดกรอบเวลาการทำงานเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนภายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 นี้
เปิดประเด็นสินค้าส่งออกศักยภาพ หลังเผชิญแรงกดดันภาษีนำเข้า
หัวใจสำคัญของการเจรจาในรอบนี้อยู่ที่การขอทบทวนอัตราภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการที่สหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการปกป้องทางการค้า เช่น ผลิตภัณฑ์เหล็ก ยางล้อ และแผ่นยาง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยอย่างมหาศาล โดยตัวแทนจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้นำเสนอข้อมูลเพื่อยืนยันว่า กระบวนการผลิตและราคาสินค้าจากไทยเป็นไปตามกลไกตลาดและมาตรฐานสากล เพื่อขอให้สหรัฐฯ พิจารณาลดหรือยกเว้นอัตราภาษีตอบโต้ดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก 📈
กระทรวงพาณิชย์พร้อมผลักดันสิทธิประโยชน์และเสถียรภาพทางการค้า
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าการเจรจาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการปรับสมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศ โดยระบุว่า “สหรัฐฯ ยังคงเป็นคู่ค้าอันดับต้นๆ ของไทย ดังนั้นการปิดดีลภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการส่งออกและดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ เข้ามาสู่ประเทศ” นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังเตรียมแผนรองรับหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการค้าจากทางสหรัฐฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของภาคธุรกิจไทย
สรุปภาพรวมและทิศทางการส่งออกไทยในไตรมาสที่ 3
บทสรุปของการเจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ ในช่วงกลางปีนี้ ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเติบโตของ GDP ภาคการส่งออกในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2569 หากการเจรจาบรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในเดือนกรกฎาคม จะส่งผลให้ต้นทุนของผู้ส่งออกไทยลดลงและเพิ่มเสถียรภาพในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศในระยะยาว ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง









