“สุชาติ” เดือดจัด! สั่งสอบด่วน “ไม่ไว้หน้าใคร” ขีดเส้นตาย 3 วัน สางปมลักลอบ “ตัดไม้-ทำถนน” รุกป่าแม่ยวมฝั่งขวา หากพบ จนท.รัฐ เอี่ยว ฟันอาญา-วินัยทันที!
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร้อนระอุรับเช้าวันใหม่ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดถึงผู้บริหารระดับสูงในกระทรวง ภายหลังปรากฏกระแสข่าวและภาพหลักฐานว่อนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีการลักลอบกระทำความผิดกฎหมายป่าไม้ครั้งใหญ่ ทั้งการตัดไม้ทำลายป่าและการลักลอบตัดถนนเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์ โดยเฉพาะบริเวณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา จังหวัดแม่ฮ่องสอน 🌳🚨

ขีดเส้นตาย 3 วัน! ต้องรู้ตัวคนทำผิด
นายสุชาติ ได้แสดงท่าทีขึงขังต่อกรณีดังกล่าว โดยมอบหมายสั่งการโดยตรงไปยัง ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เร่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” ขึ้นมาทันที โดยกำหนดกรอบเวลาการทำงานที่กระชับและรวดเร็วที่สุด คือต้องสรุปผลให้ได้ภายใน 3 วัน
“เรื่องนี้ต้องมีความกระจ่าง โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ประชาชนต้องได้รับคำตอบว่าใครเป็นคนทำ และทำไปเพื่ออะไร พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ได้ตามอำเภอใจ” นายสุชาติกล่าว
ประกาศลั่น “ไม่ไว้หน้าใคร” หากคนในมีเอี่ยว
ประเด็นที่ รมว.ทส. ให้ความสำคัญสูงสุด คือความเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยนายสุชาติประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “Zero Tolerance” หรือการไม่ยอมความต่อการทุจริตในหน้าที่
“หากผลการตรวจสอบพบว่ามี เจ้าหน้าที่ของรัฐ คนใด เข้าไปมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ ผมสั่งตั้งกรรมการสอบสวนและลงโทษขั้นเด็ดขาด โดยไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น จะไม่มีการช่วยเหลือพวกพ้อง โทษทางวินัยต้องร้ายแรงถึงขั้นไล่ออก และต้องถูกดำเนินคดีอาญาจนถึงที่สุด เพราะทรัพยากรป่าไม้คือสมบัติของชาติ ผมจะไม่ยอมให้ผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุนหน้าไหนเข้ามาทำลายเด็ดขาด”

ส่ง “ผู้ตรวจราชการ” บินด่วนลงพื้นที่วันนี้
เพื่อไม่ให้เป็นการสั่งการแต่เพียงในกระดาษ ล่าสุด ปลัดกระทรวง ทส. ได้รับลูกทันที โดยมอบหมายให้ นายณัฐ โก่งเกษร ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะทำงานชุดเฉพาะกิจ เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันนี้ (18 ก.พ. 69) ทันที
ภารกิจหลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการตรวจสอบในทุกมิติแบบ X-Ray พื้นที่ ได้แก่:
-
พิสูจน์ข้อเท็จจริง: ตรวจสอบร่องรอยการตัดไม้และการทำถนนตามที่ปรากฏในข่าว
-
ประเมินความเสียหาย: คำนวณพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกและมูลค่าความเสียหายทางทรัพยากร
-
หาตัวการ: สืบหาความเชื่อมโยงของบุคคล กลุ่มทุน หรือผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง
วอนประชาชนเป็นหูเป็นตา
ในช่วงท้าย นายสุชาติ ยังได้ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่และเครือข่ายอนุรักษ์ ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นความผิดปกติ หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า สามารถแจ้งข้อมูลมายังหน่วยงานของกระทรวงฯ ได้ทันที เพื่อร่วมกันปกป้องผืนป่ามรดกของชาติให้คงอยู่สืบไป









