ศึกวิวาทะเดือด! “ธิษะณา” ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง “อมรัตน์” ซัดกลับปมยาเสพติด ใช้วิธี “ต่ำทราม-ขี้ขลาด” ทำลายคู่แข่ง ลั่นหยุดลากลูกลงนรกการเมือง
สนามการเมืองร้อนระอุ ขึ้นมาทันที เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยการโพสต์ “จดหมายเปิดผนึก” ถึง นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล (อดีตแกนนำคนสำคัญของขั้วก้าวหน้า) เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาและการพูดจาในลักษณะเหน็บแนม (Insinuate) เกี่ยวกับประเด็น “สารเสพติด” ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ 📝🔥
เปิดฉากซัด: “นี่คือตำราทำลายความน่าเชื่อถือแบบพวกขี้แพ้”
ในจดหมายเปิดผนึกฉบับดังกล่าว น.ส.ธิษะณา ได้ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและตรงไปตรงมา โดยระบุว่าสิ่งที่นางอมรัตน์กำลังทำอยู่นั้น ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์เชิงนโยบายหรืออุดมการณ์ แต่เป็น “ตำรามาตรฐานของการทำลายความน่าเชื่อถือ” (Character Assassination) ของคนที่พ่ายแพ้ในสนามความคิด
“เมื่อคุณโต้เถียงด้วยเหตุผลไม่ได้ เมื่อคุณโต้ตอบข้อเท็จจริงไม่ได้ และเมื่อคุณแพ้ในสนามนโยบาย คุณจึงเลือกที่จะลดระดับการต่อสู้ลงสู่การโจมตีทางศีลธรรม ใช้วิธีการปล่อยคำใบ้ลอยๆ เพื่อให้สังคมเกิดความสงสัย และหวังใช้ความคลุมเครือนั้นทำหน้าที่แทนพยานหลักฐาน” น.ส.ธิษะณา ระบุ
เธอตอกย้ำว่า พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นความ “ต่ำทรามและขี้ขลาด” ซึ่งบ่อนทำลายวัฒนธรรมประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็น “ฝ่ายซ้าย” หรือ “ฝ่ายก้าวหน้า” ที่แท้จริงว่า ควรยืนอยู่บนหลักการของกระบวนการยุติธรรม (Due Process) ไม่ใช่การตั้งศาลเตี้ยบนโซเชียลมีเดีย หรือการปลุกระดมให้ฝูงชนรุมประณามใครโดยปราศจากจริยธรรม ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับ “การล่าแม่มด” ในยุคโบราณ

ยันบริสุทธิ์ใจ ขอสู้ในศาล ไม่ใช่ในไทม์ไลน์
สำหรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นสารเสพติดที่ถูกพาดพิง น.ส.ธิษะณา ยืนยันว่าจะไม่ขอตอบโต้หรือลงรายละเอียดผ่านสื่อสาธารณะในขณะนี้ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวได้เข้าสู่ “กระบวนการยุติธรรม” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การให้ข้อมูลที่มากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี
“ดิฉันเลือกให้ข้อเท็จจริงพิสูจน์ในชั้นศาล ไม่ใช่ในไทม์ไลน์เฟซบุ๊ก” เธอกล่าวอย่างหนักแน่น เพื่อแสดงจุดยืนว่าพร้อมพิสูจน์ความจริงตามกติกา ไม่ใช่ตามกระแสสังคม ⚖️
หัวอกแม่ปวดร้าว: “หยุดลากลูกของดิฉันลงสู่สมรภูมิเน่าเฟะ”
ประเด็นที่สะเทือนใจที่สุดในจดหมายฉบับนี้ คือการที่ น.ส.ธิษะณา กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ “ครอบครัว” โดยเฉพาะลูกชายที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น เธอระบุว่าการสาดโคลนทางการเมืองครั้งนี้ ไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวเธอ แต่กำลังสร้างบาดแผลให้กับลูกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
“ลูกของดิฉันเป็นวัยรุ่น เขาอาจได้เห็นข้อความใส่ร้ายเหล่านี้ อาจถูกเพื่อนที่โรงเรียนตั้งคำถาม หรือต้องแบกรับตราบาปจากคำกล่าวหาที่ยังไม่มีคำพิพากษา… การลากเด็กและครอบครัวเข้าสู่สมรภูมิการเมือง คือความต่ำทรามทางศีลธรรมขั้นร้ายแรงที่สุด มันคือการทำร้ายผู้บริสุทธิ์เพียงเพื่อหวังผลในการทำลายคู่แข่ง”

บทสรุป: ท้าชนด้วยวิสัยทัศน์ ไม่ใช่ข่าวฉาว
ในช่วงท้ายของจดหมาย น.ส.ธิษะณา ได้ทิ้งท้ายด้วยการประกาศจุดยืนว่าจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและครอบครัวจนถึงที่สุด พร้อมเรียกร้องให้นางอมรัตน์และฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง กลับมาต่อสู้กันด้วยวิถีทางของอารยชน
“การเมืองควรถกเถียงกันด้วยเหตุผล ด้วยข้อมูล และด้วยวิสัยทัศน์ ไม่ใช่ด้วยการสร้างข่าวลือหรือทำให้สังคมเสพความอื้อฉาวแทนนโยบาย… ถ้าจะสู้กัน ก็มาสู้ด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ด้วยความต่ำทรามที่ปลอมตัวมาในคราบของศีลธรรม”









