Picture of jungrainews
Home » คมนาคมไฟเขียว! ดึงที่ดิน “บางซื่อ แปลง D” ผุดศูนย์การแพทย์สาธารณสุขครบวงจร เชื่อมรถไฟฟ้า

คมนาคมไฟเขียว! ดึงที่ดิน “บางซื่อ แปลง D” ผุดศูนย์การแพทย์สาธารณสุขครบวงจร เชื่อมรถไฟฟ้า

แชร์บทความ

📰 บิ๊กโปรเจกต์! คมนาคม-สธ. ผนึกกำลังดึงที่ดินทองคำ “บางซื่อ แปลง D” ผุด “ศูนย์การแพทย์สาธารณสุข” ดึงเอกชนร่วมทุน PPP ปั้นฮับสุขภาพเชื่อมรถไฟฟ้า

ศูนย์การแพทย์สาธารณสุข บางซื่อ กลายเป็นโครงการยักษ์ใหญ่ที่น่าจับตามอง เมื่อสองกระทรวงเกรดเออย่าง กระทรวงคมนาคม และ กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดโต๊ะเจรจาหารือร่วมกันเพื่อผลักดันการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ครบวงจร บนพื้นที่ศักยภาพสูงใจกลางเมืองอย่าง “ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน” หรือย่านสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและใช้ประโยชน์ที่ดินรัฐให้คุ้มค่าที่สุด 🏥🚄

เปิดโต๊ะถก “คมนาคม-สธ.” วางกรอบดึงเอกชนร่วมทุน

นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง ได้เป็นประธานในการประชุมพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยมีผู้แทนจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.), รฟท. และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง

นายปัญญาระบุว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายชัดเจนในการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ดินของหน่วยงานในสังกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ ซึ่งโครงการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ ของกรมการแพทย์ ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์การพัฒนาเมือง (Transit-Oriented Development: TOD) ที่ต้องการให้พื้นที่รอบสถานีขนส่งเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมเมือง

เคาะ 3 เกณฑ์หลัก “เลือกทำเล-สร้างตึกสูง-ถูกกฎหมาย”

ในที่ประชุมได้มีการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการ เพื่อใช้ในการคัดเลือกพื้นที่และรูปแบบการพัฒนาโครงการ ได้แก่:

  1. การเข้าถึงที่ไร้รอยต่อ (Connectivity): พื้นที่ตั้งต้องอยู่ใกล้โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางราง (รถไฟฟ้า/รถไฟชานเมือง) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์ สามารถเดินทางได้รวดเร็ว ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและแก้ปัญหาจราจรติดขัดรอบโรงพยาบาล

  2. ใช้ประโยชน์ที่ดินสูงสุด (High Efficiency): ส่งเสริมการออกแบบและก่อสร้างอาคารในรูปแบบ “แนวดิ่ง” (Vertical Development) เพื่อให้สามารถใช้สอยพื้นที่ที่มีจำกัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สอดรับกับราคาที่ดินที่สูงลิ่วในย่านใจกลางเมือง

  3. ถูกต้องตามระเบียบ PPP (Regulation Compliance): การดำเนินงานต้องโปร่งใสและเป็นไปตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (PPP) โดยกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ รฟท. และ SRTA เร่งทบทวนรูปแบบการร่วมลงทุนที่เหมาะสม ทั้งในมิติด้านรายได้ขององค์กรและการดูแลรักษาทรัพย์สิน ก่อนนำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) 📝

เจาะลึก “พื้นที่แปลง D” ทำเลทองฝังเพชร

เดิมทีกรมการแพทย์มีความประสงค์จะขอเช่าพื้นที่ “แปลง D” บริเวณศูนย์คมนาคมพหลโยธิน เพื่อดำเนินโครงการ ซึ่งจากการพิจารณาของกระทรวงคมนาคมพบว่า พื้นที่ดังกล่าวถูกกำหนดไว้ในแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธินมาตั้งแต่ปี 2557 ให้เป็นพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน (Mixed-use) ที่มีศักยภาพสูงมาก

ข้อมูลจำเพาะพื้นที่แปลง D:

  • ขนาดพื้นที่: ประมาณ 32 ไร่

  • ทำเลที่ตั้ง: ติดถนนพหลโยธิน ใกล้ตลาดนัดจตุจักร และเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า 2 สายหลัก คือ สายสีน้ำเงิน (MRT) และสายสีเขียว (BTS)

  • สถานะปัจจุบัน: มีสัญญาเช่าบางส่วนกับโครงการ JJ Mall

  • ศักยภาพ: เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถดึงดูดทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว เหมาะสำหรับการพัฒนาเป็น Medical Hub ที่ผสมผสานศูนย์การค้าหรือโรงแรมเพื่อสุขภาพ (Wellness Hotel)

กระทรวงคมนาคมจึงมอบหมายให้ รฟท. และ SRTA หาแนวทางร่วมกับกรมการแพทย์ เพื่อให้โครงการโรงพยาบาลสามารถเกิดขึ้นได้จริงบนพื้นที่นี้ โดยไม่กระทบต่อภาพรวมของแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เดิมที่วางไว้ 💎

กางแผนแม่บท “อาณาจักรบางซื่อ” 2,325 ไร่ มีอะไรบ้าง?

เพื่อให้เห็นภาพรวมศักยภาพของทำเลนี้ รายงานข่าวระบุถึงแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน (ปี 2557) ของ รฟท. ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 2,325 ไร่ แบ่งออกเป็น 9 โซนสำคัญ ดังนี้:

  • แปลง A (32 ไร่): โซนทิศใต้สถานีกลางฯ เตรียมเปิดประมูลใหม่ พัฒนาเป็นมิกซ์ยูส โรงแรม-สำนักงาน มูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้าน

  • แปลง B (73 ไร่): แปลงใหญ่ติดสถานีกลางฯ รองรับศูนย์กลางธุรกิจระดับอาเซียน (ASEAN Business Hub)

  • แปลง C (สถานีหมอชิต 2): รอรับมอบพื้นที่คืนจาก บขส. เพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์

  • แปลง D (32 ไร่): (เป้าหมายโครงการศูนย์การแพทย์) พื้นที่เศรษฐกิจติดถนนพหลโยธิน-จตุจักร

  • แปลง E (79 ไร่): ย่านตึกแดง โซนสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ รฟท. และศูนย์ราชการ มูลค่าที่ดินกว่า 3 หมื่นล้าน

  • แปลง F: พื้นที่โรงซ่อมรถจักรเดิม (ติดถนนเทอดดำริ)

  • แปลง G (359 ไร่): ย่านบ้านพักพนักงาน กม.11 แปลงใหญ่ที่สุด เตรียมปั้นเป็น “เมืองที่อยู่อาศัย” (Residential Hub) คอนโดมิเนียมครบวงจร

  • แปลง H & I: พื้นที่โรงซ่อมบำรุงรถโดยสารและรถไฟฟ้า (Depot)

บทสรุป: ความร่วมมือระหว่างคมนาคมและสาธารณสุขในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูประบบบริการสุขภาพของไทย โดยใช้ “ทำเลทอง” ของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งหากโครงการนี้สำเร็จ จะทำให้ย่านบางซื่อ-พหลโยธิน กลายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และการคมนาคมที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค 🌏

แชร์บทความ