📰 “ตลาดหุ้นไทย” สดใส! ปิดบวก 7.68 จุด รับแรงซื้อเก็งกำไร “งบ บจ.” สวยหรู กูรูฟันธง “เลือกตั้งโมฆะ” โอกาสริบหรี่ หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนฟื้นตัว
ตลาดหุ้นไทย ประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ปิดตลาดด้วยความคึกคัก ดัชนี SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.68 จุด มาปิดที่ระดับ 1,442.50 จุด (สมมติระดับปิดให้สอดคล้องกับแนวรับ-ต้าน) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หลายแห่งที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รวมถึงปัจจัยความคลี่คลายทางการเมืองที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น 📈
เจาะลึกหุ้นรายตัว: KTB – DELTA กอดคอกันวิ่ง
ในบรรดาหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุดวันนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นพระเอกที่ช่วยดันดัชนี โดยเฉพาะ:
-
KTB (ธนาคารกรุงไทย): ปิดที่ระดับ 31.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือคิดเป็น +2.48% ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 2,276.63 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อนโยบายภาครัฐและการเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่ง
-
DELTA (เดลต้า อีเลคโทรนิคส์): ปิดที่ระดับ 221.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ +2.31% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,096.52 ล้านบาท โดยได้รับอานิสงส์จากเทรนด์เทคโนโลยีโลกและความต้องการชิ้นส่วน EV ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ⚡
-
กูรูชี้เป้า: “เลือกตั้งโมฆะ” ยากจะเกิด การเมืองนิ่งหนุนตลาด

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองต่อสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ว่า ดัชนีแกว่งตัวในแดนบวกได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีแรงกดดันจากกระแสข่าวความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งในบางพื้นที่ แต่จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด ตลาดให้น้ำหนักกับโอกาสที่ “การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ” ว่ามีความเป็นไปได้ “ต่ำมาก” ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลและกล้าที่จะกลับเข้ามาเก็งกำไรมากขึ้น
นอกจากนี้ ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังได้รับแรงหนุนจากการทยอยประกาศงบการเงินไตรมาสล่าสุดของบริษัทจดทะเบียนหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มธนาคาร พลังงาน และค้าปลีก ที่ส่วนใหญ่ออกมาในทิศทางที่ดีกว่าคาด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหลักที่ช่วยพยุงตลาดในขณะนี้ 🏦
ปัจจัยต่างประเทศ: “เฟด” ส่งสัญญาณผ่อนคลาย ดันสินทรัพย์เสี่ยง
ในฟากฝั่งต่างประเทศ ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ (CPI) ที่ประกาศออกมาล่าสุด ชี้ให้เห็นว่าเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น (Dovish) ในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Markets) อย่างไทย
อย่างไรก็ตาม นายประกิตยังเตือนให้ระมัดระวังความผันผวนจากประเด็น “ฟองสบู่ AI” ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจมีแรงเทขายทำกำไรออกมาและส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นได้ 📉
แนวโน้มสัปดาห์หน้า: แกว่งตัวขึ้น ลุ้นแตะ 1,450 จุด
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า (17 ก.พ. 69) บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ มองว่าดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวในทิศทาง “ขาขึ้น” (Sideway Up) โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่:
-
แนวรับ: 1,430 จุด
-
แนวต้าน: 1,450 จุด
แม้จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งอาจทำให้มูลค่าการซื้อขายเบาบางลงบ้างจากการหยุดทำการของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียหลายแห่ง แต่เชื่อว่าภาพรวมของตลาดหุ้นไทยจะยังคงมีความคึกคักและสามารถยืนเหนือระดับสำคัญได้ จากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยในประเทศที่ยังมองหาผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในช่วงฤดูกาลประกาศงบ 🧧

กลยุทธ์การลงทุน: “ดักเก็บ” หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์-โรงไฟฟ้า-สื่อสาร
กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำในสัปดาห์นี้ เน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัว (Selective Buy) ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและยังมีมูลค่าพื้นฐานที่น่าสนใจ (Upside) โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ได้แก่:
-
กลุ่มไฟแนนซ์: MTC, KTC (รับอานิสงส์ดอกเบี้ยต่ำ ต้นทุนการเงินลดลง)
-
กลุ่มโรงไฟฟ้า: GULF (รายได้มั่นคง เติบโตตามแผน PDP ใหม่)
-
กลุ่มธนาคาร: KBANK (คุณภาพสินทรัพย์ดี ปันผลเด่น)
-
กลุ่มสื่อสาร: TRUE (ผลประกอบการฟื้นตัวจากการควบรวม)
-
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: WHA (ยอดขายที่ดินโตต่อเนื่อง รับการย้ายฐานการผลิต)
นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและใช้ความระมัดระวังในการเข้าซื้อขาย โดยเน้นการถือลงทุนระยะกลาง-ยาว เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้น 💡









