“สนธิญา” บุก กกต. ทวงคืนความจริง! จี้ฟัน “ขบวนการปั่นข่าวเท็จ” ทำลายความเชื่อมั่นเลือกตั้ง พร้อมกางปีกป้องระบบ “บาร์โค้ด” ยันโปร่งใส-ตรวจสอบได้
สนธิญา สวัสดี เดินหน้าเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเข้มข้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเรียกร้องให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่และการโจมตีการทำงานของ กกต. อย่างหนักหน่วง 🗳️

เปิดปฏิบัติการ “จับโกหก” ข่าวปั่นโลกออนไลน์
นายสนธิญา ได้หยิบยกประเด็นความผิดปกติของข้อมูลข่าวสารที่แพร่สะพัดในช่วงการเลือกตั้งขึ้นมาตีแผ่ โดยระบุว่าขณะนี้มีขบวนการพยายามดิสเครดิตการจัดการเลือกตั้งด้วย “ข่าวเท็จ” (Fake News) จำนวนมาก ซึ่งสร้างความสับสนและความเข้าใจผิดให้กับประชาชนในวงกว้าง โดยได้ยกตัวอย่างเคสที่กำลังเป็นกระแสไวรัล อาทิ:
-
กรณีไฟฟ้าดับแต่พัดลมหมุน: มีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งพร้อมคำกล่าวอ้างว่าพัดลมยังคงทำงานอยู่ ซึ่งถูกระบุพิกัดว่าเป็นพื้นที่ จ.ชลบุรี แต่นายสนธิญายืนยันว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเป็นคนละพื้นที่และข้อมูลถูกบิดเบือน
-
กรณีบัตรเลือกตั้งในกองขยะ: มีการเผยแพร่ภาพเอกสารคล้ายบัตรเลือกตั้งถูกทิ้งในกองขยะ ซึ่งนายสนธิญาเรียกร้องให้ กกต. ใช้มาตรการเข้มข้นด้วยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าใครเป็นผู้นำไปทิ้ง และดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างถึงที่สุด
-
กรณีการนับคะแนน จ.ปทุมธานี: ประเด็นภาพการนับคะแนนที่ปรากฏบนสื่อโทรทัศน์ก่อนที่เจ้าหน้าที่ กกต. จะนำแผ่นกระดานคะแนนมาติดเพิ่มเติม ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัยนั้น ตนได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ กกต. พิจารณาแล้ว เพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่สังคม 🕵️♂️

หนุนสุดตัว “บาร์โค้ด-QR Code” คือเกราะป้องกันการทุจริต
อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจ คือการนำเทคโนโลยี บาร์โค้ดและ QR Code มาใช้บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีฝ่ายคัดค้านมองว่าอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ นายสนธิญาได้แสดงจุดยืน “สนับสนุน” แนวทางดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยให้เหตุผลว่า:
“ระบบบาร์โค้ดคือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยืนยันความถูกต้องและที่มาของบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ ว่ามาจากหน่วยใดและเป็นบัตรจริงหรือไม่ ซึ่งจะช่วยอุดช่องโหว่เรื่องบัตรเขย่งหรือบัตรปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
นอกจากนี้ ยังแย้งข้อกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลว่า กระบวนการเลือกตั้งตั้งแต่การแสดงตนรับบัตร ไปจนถึงการเข้าคูหาลงคะแนนและนับคะแนน ล้วนเป็นขั้นตอนที่เปิดเผยและตรวจสอบได้ การจะนำบัตรนับสิบล้านใบไปสแกนย้อนหลังเพื่อระบุตัวตนผู้ลงคะแนนนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากในทางปฏิบัติและแทบเป็นไปไม่ได้เลย ✅
ค้านหัวชนฝาข้อเสนอ “เลือกตั้งโมฆะ” หวั่นกระทบสิทธิคน 32 ล้าน
นายสนธิญา ยังได้กล่าวถึงกระแสเรียกร้องจากบางฝ่ายที่ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะทั้งประเทศว่า เป็นข้อเสนอที่ไม่สมเหตุสมผลและอาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวง โดยชี้แจงตัวเลขสถิติว่า:
-
มีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศเกือบ 100,000 หน่วย
-
มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกว่า 32 ล้านคน
“หากพบความผิดปกติในหน่วยใด ก็ควรพิจารณาดำเนินการเป็นรายกรณีไป การจะเหมารวมให้โมฆะทั้งหมด เท่ากับเป็นการละเมิดสิทธิและเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ที่ตั้งใจออกมาลงคะแนน” นายสนธิญากล่าว
เตือนสติผู้ชุมนุม อย่าซ้ำรอยอดีตแกนนำการเมือง
ในช่วงท้าย นายสนธิญา ได้ฝากข้อคิดเตือนใจไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านผลการเลือกตั้งว่า แม้การแสดงความคิดเห็นจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามระบอบประชาธิปไตย แต่การกระทำใดๆ ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย พร้อมยกอุทาหรณ์จากคดีความในอดีตของอดีตแกนนำพรรคการเมืองชื่อดัง เช่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, น.ส.พรรณิการ์ วานิช และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้ผู้ชุมนุมกระทำการที่สุ่มเสี่ยงหรือเกินขอบเขตกฎหมาย
พร้อมย้ำจุดยืนทิ้งท้ายว่า การมายื่นหนังสือในครั้งนี้ ตนทำในฐานะประชาชนผู้รักความถูกต้อง ไม่ได้รับใบสั่งหรือผลประโยชน์จากพรรคการเมืองฝ่ายใด และขอให้ กกต. ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมรับทราบอย่างรวดเร็วเพื่อลดความขัดแย้ง ⚖️









